วิธีบริจาครถยนต์และเรือเพื่อการกุศล
How to donate a car or boat to charity
ในสหรัฐอเมริกา การบริจาครถยนต์เก่าหรือเรือเก่าเพื่อการกุศลนั้น เป็นเรื่องการได้และได้หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า win win ของทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายผู้รับบริจาคเองก็นำของที่รับบริจาคไปขายแล้วได้เงินมาทำนุบำรุงกิจการการกุศลของฝ่ายตน ส่วนฝ่ายผู้ใจบุญใจกุศลผู้บริจาคสิ่งของแทนที่จะได้บุญกุศลอย่างเดียวก็ได้อานิสงส์จากการทานบริจาคทันตาเห็นคือสามารถทำเรื่องไปขอลดหย่อนภาษีจากรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาได้ด้วย
แต่ก่อนที่จะบริจาคแก่องค์การการกุศล คุณก็ต้องดำเนินการอย่างชาญฉลาดเสียหน่อยดังนี้:
1.หลีกเลี่ยงจากการใช้คนกลางหรือองค์การตัวกลาง เพราะปัจจุบันมีองค์การตัวกลางหรือคนกลางที่ไม่หวังผลกำไรแต่ชื่อ พวกนี้ก็จะทำการโฆษราประชาสัมพันธ์ตามสื่อสารมวลชนทั้งทางทีวี และทางอื่นๆ เสนอตัวให้ความช่วยเหลือคุณที่ต้องการจะบริจาครถยนต์หรือเรือยนต์ให้แก่การกุศลต่างๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการหากินแบบจับเสือมือเปล่า พวกองค์การที่เสนอตัวแบบนี้จะได้เปอร์เซ็นต์ในการขายรถยนต์สูงมากคือระหว่าง 50-90 เปอร์เซ็นต์จากราคาขาย ส่วนองค์การการกุศลที่รับบริจาครถยนต์หรือเรือยนต์จากคุณเขาก็จะไม่ได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยตามที่ควรจะได้ และเพื่อป้องกันไม่ไห้เกิดเหตุการณ์เป็นแบบนี้ คุณก็จะต้องตรวจเช็คโดยตรงกับองค์การกุศลที่คุณต้องการบริจาคเสียก่อนว่าเขาต้องการรับบริจาครถยนต์หรือเรือยนต์จริงหรือไม่
2.ต้องค้นหาองค์การการกุศลที่มีคุณคุณค่าให้ได้เสียก่อน หากองค์การการกุศลที่คุณจะบริจาคของให้นั้นเขาไม่มีเครื่องมือหรือไม่มีเจ้าหน้าที่ที่จะรับการบริจาค คุณก็ต้องทำการบ้านต่อไปด้วยการค้นหาองค์การชื่อมีชื่อเสียงดีๆต่อไป ซึ่งอาจจะใช้วิธีค้นหาทางออนไลน์ เช่นที่ Better Business Bureau site หรือที่ Charity Navigator
3. ต้องตรวจสอบให้ดีหากต้องการใช้บริการผ่านองค์การตัวกลางหรือคนกลาง หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้บริการขององค์การตัวกลางที่เป็นประเภทพวกเสือนอนกิน ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากว่าคุณไม่ค่อยจะมีเวลาว่างก็ดี แต่อย่างน้อยคุณก็จะต้องสอบถามองค์การประเภทเสือนอนกินนั้นว่าเงินที่ได้จากการขายรถยนต์หรือเรือยนต์นั้นจะไปถึงองค์การการกุศลสักกี่เปอร์เซ็นต์ ยิ่งหากองค์การการกุศลนั้นเก็บค่าบริการการขายรถจากองค์การการกุศลมากๆด้วยแล้ว เงินบริจาคของคุณอาจจะใช้เป็นหลักฐานสำหรับขอลดหย่อนภาษีไม่ได้ แบบนี้ก็จะซวยไป
4. ต้องตรวจสอบสถานะขององค์การการกุศลที่จะรับบริจาค การที่คุณจะมีคุณสมบัติในการของลดหย่อนภาษีได้นั้น องค์การการกุศลที่รับของบริจาคของจากคุณจะต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีของ IRS ซึ่งอาจจะเป็นองค์การการกุศลของศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบเพื่อยืนยันความมั่นใจโดยใช้วิธี Search หาทางอินเตอร์เนตเพื่อค้นหาองค์การไม่หวังผลกำไรที่มีคุณสมบัติครบถ้วนโดยใช้คีย์เวิรด์ต่างๆ เช่น qualifying non-profit organizations เป็นต้น
5. ใช้วิธีนำรถยนต์หรือเรือยนต์ของคุณไปให้องค์การการกุศลที่คุณบริจาคให้ด้วยตัวของคุณเองโดยตรง เมื่อคุณค้นหาองค์การการกุศลที่คุณเห็นว่ามีคุณค่าที่จะบริจาครถยนต์หรือเรือยนต์ให้แล้ว คุณก็ต้องนึกว่าคุณจะต้องมีการเสียค่าจ้างสำหรับคนที่จะนำรถหรือเรือไปส่งองค์การการกุศลนั้น ดังนั้นเพื่อให้องค์การการกุศลนั้นได้ผลประโยชน์สูงสุดจากการบริจาคของคุณ คุณก็ขับรถหรือเรือนั้นไปส่งที่องค์การการกุศลนั้นตรงอย่างนี้ก็ได้
6.ส่งมอบรถที่จะบริจาคด้วยความระมัดระวัง คุณต้องดำเนินการส่งมอบรถยนต์เก่าแก่องค์การการกุศลนั้นด้วยความรอบคอบ เกี่ยวกับหลักฐานรูปพรรณของรถ และต้องรายงานไปถึงกรรมการขนส่ง หรือกรมทะเบียนรถเป็นต้นให้เป็นที่เรียบร้อย อย่าได้สะเพร่าโดยไม่กรอกรายการในช่องแสดงความเป็นเจ้ารถยนต์หรืเรือยนต์คันหรือลำนั้นเป็นอันขาด ประเดี๋ยวจะเกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้
7.การประเมินราคาสิ่งของบริจาคของคุณจะต้องถูกต้อง เพราะหากรถยนต์หรือเรือยนต์ของคุณมีราคามากกว่า 500 ดอลลาร์ ทาง IRS ก็จะขอดูหลักฐานว่าองค์การการกุศลได้เงินจากการขายเท่าใดกันแน่ ข้อนี้คุณก็ต้องคำนึงถึงด้วยว่าจะจัดการอย่างไร
8.ต้องรู้ว่าคุณต้องรายงานหรือไม่รายงานในเรื่องราคาขายอย่างไร คุณไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานของราคาขายหากองค์การการกุศลนั้นเก็บรถยนต์หรือเรือไว้ใช้ในกิจการการกุศลของตนเสียเอง หรือหากสิ่งของบริจาคของคุณมีมูลค่าน้อยกว่า 500 ดอลล่าร์ คุณสามารถรายงาน fair market ของสิ่งของบริจาคโดยอิงบัญชีรายการจาก Kelley Blue Book เป็นต้น
9.ต้องเก็บเอกสารที่เกี่ยวกับการบริจาคให้ดี หากสิ่งของบริจาคมีมูลค่ากว่า 500 ดอล่าร์ คุณก็จะต้องแนบ แบบฟอร์ม IRS Form 8283 ไปกับใบขอคืนภาษีด้วย และหากสิ่งของบริจาคมีมูลค่าเกิน 50,000 ดอลล่าร์ คุณก็ต้องแนบหลักฐานการประเมินราคาจากหน่วยภายนอกไปด้วย นอกจากนั้นแล้วคุณก็ต้องเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการบริจาคต่างๆ เช่น ใบรับของจากองค์การการกุศลที่คุณบริจาคสิ่งของให้ รวมทั้งหลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งของที่บริจาค เป็นต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น